Sponsored

ตะลุยกินจากทตโตริถึงชิมาเนะ – แนะนำจุดเที่ยวและร้านเด็ดในภูมิภาค “ซันอิน”

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

เมื่อพูดถึงอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดทตโตริและชิมาเนะ หลาย ๆ คนอาจนึกถึง ”โซบะอิซุโมะ” สุดคลาสสิก “ข้าวหน้าปลากะพงมัตสึเอะ” หรือ “ราเมงน้ำซุปกระดูกวัว” แต่แน่นอนว่าอาหารอร่อยในภูมิภาคซันอินไม่ได้มีแค่นี้!

ในครั้งนี้ทีมงาน JAPANKURU ได้มาเยือนภูมิภาคซันอินเป็นครั้งที่ 5 เพื่อมาตะลุยกินตามสไตล์โลคอลแบบจัดเต็ม บอกเลยว่ามีหลายร้านที่เป็นลิสต์ลับของคนในพื้นที่ เราเลยขอสรุปสถานที่กิน เที่ยว และช้อปจากทริปครั้งนี้ให้ทุกคน ครั้งนี้เราแบ่งรูทออกเป็น 3 รูท สามารถเลือกไปตามที่ชอบได้เลย!

CONTENTS

รูทที่ 1: สำหรับสายรักซีฟู้ด

จุดที่ ① ข้าวหน้าปูส่วนท้องและซีฟู้ดย่างสดใหม่ ที่ตลาดไทเรียว นากาอุระ

รู้หรือไม่ว่าที่เมืองซาไกมินาโตะ จังหวัดทตโตริ บ้านเกิดของ มิสึกิ ชิเงรุ ผู้วาดมังงะคลาสสิกของญี่ปุ่น เรื่อง GeGeGe no Kitaro มีตลาดไทเรียว นากาอุระ เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสด ๆ ที่สายกินไม่ควรพลาด ที่นี่เราจะได้พบกับซีฟู้ดสดใหม่มากมาย อย่างปูหิมะหายาก(Beni Zuwaigani) รวมถึงวัตถุดิบที่สามารถรับประทานได้ทันทีหรือซื้อกลับไปเป็นของฝาก

ในตลาดยังมีปลาหมึกย่างสด ๆ หอยสังข์ หอยเชลล์ และอาหารทะเลอื่น ๆ อีกมากมายที่เหมาะกับการดื่ม รวมทั้งข้าวหน้าปูรสยอดนิยมอีกด้วย!

ข้าวหน้าปูส่วนท้องชามนี้ใช้วิธีปรุงด้วยเทคนิคพิเศษ ทำให้เนื้อปูมีสัมผัสนุ่มละม้ายคล้ายส่วนท้องของปลาทูน่า ทั้งสด หวาน และอร่อยจนรับรองว่าคนที่ชอบปูเต็มอิ่มไปด้วยความสุขสุด ๆ เพราะสิ่งที่ยุ่งยากที่สุดในการกินปูก็คือการแกะเปลือก แต่เมนูนี้ทำให้สามารถลิ้มรสความหอมหวานของปูได้อย่างง่ายดาย ซึ่งบอกเลยว่าฟินสุด ๆ!

หม่ำ ๆ กันจนอิ่มแล้ว ก็แวะเดินย่อยในตลาดกันต่อสักหน่อย ซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปก็ดีไม่น้อย แน่นอนว่าหากใครยังอยากฟินกับปูเป็นตัว ๆ ที่นี่ก็มีปูนึ่งขนาดต่าง ๆ ให้เลือกซื้อกลับไปลิ้มลอง

ส่วนตัวทีมงานอยากหาอะไรหวาน ๆ ทานตบท้าย เลยจัดไอศกรีมหมึกดำมาหนึ่งโคน

อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไงเหรอ? ทุกคนต้องมาลองเองแล้วล่ะ!

ก่อนกลับอย่าลืมถ่ายรูปกับรูปปั้นน้องคิทาโร่สูง 7.7 เมตรหน้าตลาดเป็นที่ระลึกด้วยน้า

📍ตลาดไทเรียว นากาอุระ Tairyo Fish Market Nakaura (大漁市場なかうら)
ที่อยู่: 〒684-0046 จังหวัดทตโตริ เมืองซาไกมินาโตะ ทาเคอุจิดันจิ 209
เวลาทำการ: 8:30–16:30
วันหยุด: 31 ธันวาคม – 4 มกราคม

การเดินทางโดยรถยนต์:

  • จากสนามบินโยนาโกะ ขับรถประมาณ 7 นาที
  • จากสถานีซาไกมินาโตะ ขับรถประมาณ 10 นาที (ข้อมูลรอตรวจสอบ)

🔗 เว็บไซต์ทางการ

จุดที่ ② ข้าวหน้าซีฟู้ดสุดคุ้มจากร้าน Yamayoshi-tei

ในตลาดสดใกล้กับห้าง AEON Shinraku City Hiyoshizu ในเมืองฮิจิซึ จังหวัดทตโตริ มีร้านข้าวหน้าซีฟู้ดชื่อดังที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว — Yamayoshitei ที่นี่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากซาไกมินาโตะ และเสิร์ฟข้าวหน้าซีฟู้ดกว่า 17 ชนิด ที่มีหลากหลายรสชาติให้เลือก

ครั้งนี้เราสั่งข้าวหน้าปลาทูน่าที่มีสีแดงสดสวย (まぐろ丼) และข้าวหน้าซีฟู้ดรวมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด (ミックス丼) โดยปกติแล้วจะมีซุปมิโสะให้ด้วย และสามารถจ่ายเพิ่ม 100 เยนหากต้องการเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวหมักน้ำส้มสายชู สำหรับใครที่ทานข้าวน้อย ก็สามารถขอให้ลดปริมาณข้าวลงได้ และทางร้านจะให้ไข่ลวกมาเพิ่มด้วย

แค่เห็นข้าวหน้าปลาดิบและซีฟู้ดสด ๆ ที่เต็มถ้วยก็ทำให้เริ่มหิวแล้วใช่ไหม? ข้าวหน้าซีฟู้ดสุดหรูนี้ราคาประมาณ 2000 เยนเท่านั้นเอง! เลยไม่แปลกที่ทุกครั้งช่วงเที่ยงจะมีคนต่อคิวยาว ก่อนหน้านี้ทีมงานเคนมาครั้งหนึ่ง บอกเลยว่าเกือบไม่ได้ทานค่ะ😅

เพื่อไม่ให้เกือบผิดพลาดเหมือนคราวก่อน ครั้งนี้เราเลยเลือกมาเยือนนอกเวลาอาหาร เลยได้นั่งทานสบาย ๆ หน่อย แถมยังมีเวลาเหลือสำหรับถ่ายรูปเล่นในร้าน Yamayoshitei ที่มีบรรยากาศแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น 

ที่น่าสนใจคือ ร้าน Yamayoshitei ยังมีขายปูต้มและซูชิซีฟู้ดที่สามารถนำกลับบ้านได้ด้วย สำหรับใครที่บังเอิญมาถึงในช่วงที่คนแน่นและไม่มีเวลารอก็สามารถเลือกซื้อเมนูเหล่านี้กลับไปทานที่ที่พักได้ค่ะ

📍Yamayoshitei (海鮮どんぶり 山芳亭)
ที่อยู่: 〒689-3553 จังหวัดทตโตริ เขตไซฮะคุ เมืองฮิจิซึ 1026-1
เวลาทำการ: 11:30–15:00
วันหยุด: ทุกวันพุธ

การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ:

  • จากสถานี JR โยนาโกะ เปลี่ยนรถบัสสายเคเซะไปยังห้าง AEON Higashikan และลงที่ AEON Nishi-kan เดินประมาณ 1 นาทีถึงร้าน

🔗 เว็บไซต์ทางการ

จุดที่ ③ หม้อชาบูปลาซาบะสดชื่นที่ร้าน Bishukakou Yuraku

รู้หรือไม่ว่าปลาซาบะที่มักจะเห็นในอาหารเซ็ตของญี่ปุ่นเอามาทำเป็นชาบูได้นะ ที่ร้าน Bishukakou Yuraku ร้านอาหารตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นใกล้กลับสถานี JR โยนาโกะ ร้านนี้เสิร์ฟเมนูที่รังสรรค์อย่างปราณีต โดยใช้วัตถุดิบสดใหม่จากซาไกมินาโตะและวัตถุดิบจากภูเขาโอคายามะในภูมิภาคซันอิน ซึ่งทุกเมนูมีความใส่ใจจากเชฟเป็นอย่างดี

หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่พลาดไม่ได้ก็คือ ซาบะชาบู (鯖しゃぶ) เพราะเนื่องจากโยนาโกะตั้งอยู่ใกล้กับทะเลญี่ปุ่น จึงสามารถจับปลาซาบะสดใหม่ได้ง่าย และการนำปลาซาบะมาทำเป็นชาบูนั้นเหมาะสมมาก เชฟนำเนื้อปลาซาบะที่หั่นบาง ๆ มาวางบนจาน และมันก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง เพราะเนื้อปลาซาบะแล่บางลายสวย ขณะที่หนังปลายังคงมีความเงางามดูเหมือนดอกไม้

เมื่อคีบเนื้อปลาซาบะมาจุ่มในน้ำซุปที่ร้านทำเองจนสุกแล้ว จึงจิ้มกับน้ำจิ้มพอนสึสูตรพิเศษของทางร้าน รสชาติสดชื่นและอร่อยมากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม อย่าลืมลวกปลาซาบะให้สุกก่อนรับประทานน้า

📍ร้าน Bishukakou Yuraku
ที่อยู่: 〒683-0053 จังหวัดทตโตริ เมืองโยนาโกะ เขตเมจิมาจิ 227
เวลาทำการ: 16:30~24:00 น.
วันหยุด: ทุกวันอาทิตย์ (หากวันจันทร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ร้านจะปิดวันจันทร์แทน)
การเดินทาง: เดินประมาณ 2 นาทีจากสถานี JR Yonago
🔗 เว็บไซต์ทางการ

✨แถม! นอกจากชิมอาหารอร่อยแล้ว…

ระหว่างที่เราแวะชิมอาหารทะเลในแถบท่าเรือซาไกและโยนาโกะ เรายังได้ไปสัมผัสกับงานหัตถกรรมดั้งเดิมของท้องถิ่น และตื่นเช้าไปชมพระอาทิตย์ขึ้นจากซากปราสาทโยนาโกะด้วย!

กิจกรรมที่ ① สัมผัสประสบการณ์ทอผ้าโบราณ “ยูมิกาฮามะกาสุริ”

หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าพื้นที่ที่เราไปทานอาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือซาไกหรือโยนาโกะ ตั้งอยู่ใน “คาบสมุทรยูมิกาฮามะ” ปัจจุบันพื้นที่นี้ยังคงอนุรักษ์ศิลปะการทอผ้าโบราณ “ยูมิกาฮามะกาสุริ” (Yumihama-gasuri/ゆみがはまがすり) มานานกว่า 250 ปี ลักษณะเฉพาะของงานหัตถกรรมประเภทนี้คือการใช้ ฝ้ายฮาคุชู ซึ่งปลูกในท้องถิ่น ย้อมด้วยคราม แล้วนำมาทอเป็นผืนผ้าที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่งดงาม และได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ไม่ไกลกันนั้น มีย่านไคเกะออนเซ็น แหล่งออนเซ็นชื่อดังของโยนาโกะ มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เพิ่งเปิดใหม่ชื่อว่า “มูสุบิ” ที่นี่เป็นทั้งร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น มีคาเฟ่ที่ให้บริการขนมและเครื่องดื่ม และที่พิเศษที่สุดคือมีกิจกรรมให้ลองทำงานฝีมือแบบดั้งเดิม หนึ่งในนั้นก็คือการทอผ้าลายยูมิกาฮามะกาสุริด้วยกี่ทอโบราณ เพื่อทำเป็นที่รองแก้ว

ก่อนหน้านี้ทีมงานเคยได้เจอช่างฝีมือทอผ้าไหมที่นากาโนะ แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ลองทอผ้าด้วยตัวเองที่ทตโตริ! อาจารย์ที่ดูแลในพิพิธภัณฑ์ให้คำแนะนำอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย ไม่ต้องกังวลว่าจะทำพลาด เพราะมีคนคอยช่วยแก้ให้ได้ ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็สามารถทอที่รองแก้วผืนเล็ก ๆ ได้สำเร็จ พอได้เห็นผลงานของตัวเองแล้วก็รู้สึกภูมิใจสุด ๆ ไปเลย

นอกจากการทอผ้ายูมิกาฮามะกาสุริเพื่อทำที่รองแก้วแล้ว ที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมงานฝีมืออื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพ้นท์เครื่องปั้นดินเผา การทำจานเซรามิก และการตกแต่งพัดไม้ฮิโนกิ ใครที่ชื่นชอบงานฝีมือไม่ควรพลาด!

เพื่อความชัวร์ แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันผ่านทางออนไลน์ เพราะหากไปโดยไม่ได้จอง อาจจะพลาดโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องการ เพราะหลายกิจกรรมค่อนช้างเต็มเร็วค่ะ

📍Musubi (結)
ที่อยู่: 〒683-0001 จังหวัดทตโตริ เมืองโยนาโกะ ไคเคย์ออนเซ็น 4-22-33
เวลาทำการ: 10:00~18:00 น.
วันหยุด: ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี
การเดินทาง: จากสถานี JR Yonago ขึ้นรถบัสสาย Kaike Line ไปยังศูนย์ท่องเที่ยว Kaike Onsenแล้วเดินต่อประมาณ 4 นาที
🔗 เว็บไซต์ทางการ | จองประสบการณ์งานฝีมือ

ห้ามพลาดทัศนียภาพอันงดงามของพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ไดมอนด์ ไดเซ็น”

หากใครที่พอจะรู้จักซันอินอยู่บ้าง คงจะเคยได้ยินชื่อ “ภูเขาไดเซ็น” ภูเขาศักดิ์สิทธิ์และถือเป็นจุดสูงสุดของภูมิภาคชูโกกุ โดยมีความสูงประมาณ 1,709 เมตร และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวที่ผ่านมาจะมีการปรากฏการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจที่เรียกว่า “Diamond Mt. Daisen” ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น โดยดวงอาทิตย์จะขึ้นจากยอดเขาและแสงแดดที่ส่องจากด้านหลังของภูเขาจะเปล่งประกายเหมือนกับเพชรเลย

จุดที่เหมาะสมที่สุดในการชมทิวทัศน์นี้คือ ซากปราสาทโยนาโกะ ซึ่งยังเป็นจุดชมซากุระที่ดีในช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วย

ครั้งนี้เราเดินทางมาช่วงปลายเดือนมกราคม และพระอาทิตย์ขึ้นก็ประมาณ 7 โมง เราเลยเริ่มเดินขึ้นไปยังปราสาทตอนประมาณ 6:30 น.  ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีก็ถึงจุดชมวิว ซึ่งเราสามารถเห็นทิวทัศน์ของปราสาทในยามเช้ามืดได้ก่อนที่จะเริ่มเห็นแสงแดดเล็กน้อยจากท้องฟ้าและการสะท้อนของภูเขาที่ห่างออกไป ภาพท้องฟ้าและภูเขาในระยะไกลดูเหมือนภาพเขียนสีน้ำของจีนจริง ๆ

หากถามว่าช่วงเวลาไหนสวยที่สุด ทีมงาน Japankuru ก็จะบอกว่าช่วงก่อนรุ่งสางนี่แหละ

เสียดายที่วันที่ทีมงานไปมีเมฆปกคลุมยอดเขาหนามาก จนถึงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นตามกำหนดเราก็ยังไม่สามารถเห็นพระอาทิตย์โผล่พ้นเมฆได้ แต่ท้องฟ้าสีชมพูและทิวทัศน์ของภูเขา บวกกับซากกำแพงของปราสาทโยนาโกะ ก็ได้สร้างภาพที่เหมือนกับภาพวาดที่เวลาหยุดนิ่งไปแล้ว


ซากปราสาทโยนาโกะ
(Yonago Castle Ruins
/米子城跡)
📍 ที่อยู่:
จังหวัดทตโตริ เมืองโยนาโกะ คุเมะโจ
การเดินทาง:

  • จากสถานี JR Yonago เดินไปยังทางเข้ามาสุกาตะ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
  • นั่งรถบัสวนรอบเมืองโยนาโกะ ลงป้าย Minatoyama Park แล้วเดินต่อ 5 นาที

🔗 เว็บไซต์ทางการ

รูทที่ 2: สายดื่มห้ามพลาด

จุดแนะนำที่ ① จากสาเก “เก็ตซัง” ถึงโรงกลั่นสาเกโยชิดะ

เมื่อพูดถึงสาเกจากชิมาเนะ หลายคนคงนึกถึงสาเก “เก็ตซัง” ที่ผลิตโดยโรงกลั่นสาเกโยชิดะ(Yoshida Brewery) เพราะผลิตภัณฑ์ในตระกูลเก็ตซัง เช่น สาเกจูไมไดกินโจ, สาเกจูไมกินโจจากอิซูโมะ, และ สาเกแชมเปญสปาร์คกลิ้งเก็ตซัง ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน หากมาเที่ยวชิมาเนะ แน่นอนว่าต้องแวะเยี่ยมชมโรงงานสาเกโยชิดะที่ตั้งอยู่ในเมืองฮิโรเสะ

โรงกลั่นสาเกโยชิดะเดิมมีชื่อว่า “ยาสุยาซากะ มิเสะ” (Yasuyasaka Mise/安屋坂店) เมื่อก่อตั้งในปี ค.ศ. 1743 ในช่วงต้นของประวัติศาสตร์สามศตวรรษ ในยุคเอโดะอันเก่าแก่ของญี่ปุ่น (ค.ศ. 1603-1868) สาเกชนิดนี้ได้รับความนิยมจากขุนนางศักดินาในท้องถิ่น และยังคงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนในท้องถิ่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงกลั่นแห่งนี้ใช้เครื่องจักรและเทคนิคการกลั่นขั้นสูงเพื่อเปลี่ยนข้าวที่ปลูกโดยเกษตรกรตามสัญญาในท้องถิ่นและน้ำที่อ่อนนุ่มเป็นพิเศษของภูมิภาค (ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น “1 ใน 100 น้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดชิมาเนะ”) ให้เป็นสาเกที่นุ่มนวล สดชื่น พร้อมกลิ่นหอมที่ติดค้างอยู่ในคอ

การเยี่ยมชมโรงกลั่นสาเกโยชิดะ เราจะได้พบกับหลากหลายผลิตภัณฑ์สาเก รวมถึงสาเกในตระกูลเก็ตซัง และยังมีสาเกสดใหม่และรุ่นพิเศษต่าง ๆ ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ง่าย รวมถึงไวน์พลัมและเหล้ากลั่นที่ผลิตโดยโรงกลั่นสาเกโยชิดะ นอกจากนี้ยังมีสินค้าทางวัฒนธรรมที่ออกแบบโดยโรงงานที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

ครั้งนี้เรามีโอกาสลองชิมสาเกฟองแชมเปญเก็ตซัง (Gassan Sake Sparkling Champagne) ซึ่งเป็นที่นิยมมาก (โดยปกติทางร้านจะไม่ได้ให้บริการชิม) สาเกฟองแชมเปญนี้มีรสหวานและฟองคล้ายแชมเปญ แต่ไม่มีความขมฝาดลิ้นแบบที่มักพบในแชมเปญอื่น ๆ  ซึ่งผู้เขียนชอบมากเลยทีเดียว

ในส่วนของอาคารของโรงกลั่นเหล้าสาเกนั้นยังคงรักษาบรรยากาศแบบย้อนยุคอันแข็งแกร่งเอาไว้ และที่ปล่องควันของที่นี่สามารถเห็นตัวอักษร “安” (Yasu) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอาคารรุ่นก่อน ที่นี่เคยเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใต้ปราสาทของตระกูลนิโกะที่ปราสาทเก็ตซัง ฟุคุโมโตะ การเดินเล่นเล็ก ๆ รอบ ๆ ก็มีเสน่ห์ไม่น้อย

โรงกลั่นสาเกโยชิดะ (Yoshida Brewery/吉田酒造)
📍ที่อยู่: 〒692-0404 จังหวัดชิมาเนะ เมืองอันยากิ หมู่บ้านฮิโรเซะ 1216
เวลาเปิดทำการ: 9:00 ~ 17:00
วันหยุด: เดือนกุมภาพันธ์จะหยุดในวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ, เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมจะหยุดในวันเสาร์และวันหยุดราชการ
เว็บไซต์ทางการ

✨แถม!: หลังจากไปเยี่ยมชมโรงกลั่นสาเกโยชิดะแล้ว ยังสามารถ…

แนะนำ: สัมผัสประสบการณ์ย้อมสีด้วยพืชธรรมชาติบนกระดาษวาชิ

ในย่านยาซุงิ จังหวัดชิมาเนะ ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับคนรักงานฝีมือ นั่นคือ “Hirose Washi Shikiko Roku” ซึ่งเป็นทั้งเวิร์กช็อปและร้านขายกระดาษวาชิแบบดั้งเดิม

กระดาษ “Hirose Washi” เป็นงานฝีมือแบบดั้งเดิมของยาซุคิ จังหวัดชิมาเนะ แต่ด้วยการเข้ามาของกระดาษที่ผลิตด้วยเครื่องจักร ทำให้กระดาษแบบทำมือเริ่มหายากขึ้นเรื่อย ๆ

“Hirose Washi Shikiko Roku” เปิดร้านในเดือนมีนาคม 2022 โดย Yuki Ohiro ทายาทรุ่นที่หก หลังจากที่เธอได้ฝึกฝนเป็นเวลา 3 ปีกับ Isao Nagashima ช่างทำกระดาษรุ่นที่ห้านานถึง 3 ปี ก่อนจะตัดสินใจเปิดเวิร์กช็อปของตัวเอง พร้อมกับคุณแม่ของเธอที่เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ

ครั้งนี้แม้ว่าเราจะอยากลองทำกระดาษแบบดั้งเดิมแต่เนื่องจากไม่ทันรอบเวิร์กช็อปที่มีเพียงเดือนละครั้ง เราจึงเลือกทำกระดาษย้อมสีจากพืชธรรมชาติแทน ซึ่งก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

กระดาษที่ใช้ใน Hirose Washi Shikiko Roku ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศญี่ปุ่น 100% มีเนื้อกระดาษที่แข็งแรง ทนทาน ไม่ฉีกขาดง่าย และเมื่อแช่ลงในน้ำขณะย้อมสี ให้ความรู้สึกคล้ายกับผ้าเลยแหละ!

นอกจากเวิร์กช็อปแล้ว ภายในพื้นที่ของโรงงานยังมีสินค้าทำจากกระดาษวาชิให้เลือกชม ไม่ว่าจะเป็น ที่รองแก้ว โคมไฟ และของกระจุกกระจิกน่ารัก ๆ อีกเพียบ

ถัดจากโรงงานยังมีพื้นที่จัดนิทรรศการขนาดเล็ก ให้ชมผลงานของศิลปิน ช่วยเยียวยาหัวใจได้มากทีเดียว

📍Hirose Washi Shikiko Roku(広瀬和紙 紙季漉)
ที่อยู่: 〒692-0623 島根県安来市広瀬町布部1704-2
เวลาทำการ: 10:00~16:00 (แนะนำให้ตรวจสอบโซเชียลมีเดียของร้านเพื่อดูปฏิทินรายเดือน)
การเดินทาง: ออกจากทางด่วนที่ทางออก Yasugi แล้วขับรถต่อประมาณ 25 นาที
🔗 ว็บไซต์ทางการ | Instagram

จุดแนะนำที่ ② สวรรค์ไวน์ญี่ปุ่นชิมได้ไม่อั้นและเนื้อวากิวย่าง

ลองชิมเหล้าสาเกแล้ว จะพลาดไวน์ญี่ปุ่นได้ยังไง? โรงกลั่นไวน์ชิมาเนะ ในพื้นที่อิซุโมะของจังหวัด ชิมาเนะเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเพลิดเพลินไปกับอาหารและไวน์สุดแสนอร่อย นี่คือโรงกลั่นไวน์ที่ดำเนินการโดย “Shimane WINE” ที่เราสามารถเข้าชมได้ฟรีหลังจากชมกระบวนการทำไวน์แล้ว เรายังสามารถไปที่บริเวณชิมไวน์ฟรีภายในที่ทำการ เพื่อชิมไวน์ต่าง ๆ ได้ตามใจชอบ พร้อมซื้อกลับบ้านได้ทันที ที่ร้านขายของยังมีขายไวน์ น้ำองุ่น และของว่างต่าง ๆ ที่เหมาะสำหรับการทานคู่กับไวน์ด้วยน้า

แน่นอนว่าเมื่อมีไวน์ดี ๆ ก็ย่อมต้องมีอาหารอร่อย ๆ ด้วย ที่ร้าน BBQ House ภายใน Shimane Wine House คุณสามารถเพลิดเพลินกับเมนูเซ็ต Shimane Wagyu BBQ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมถึงวาริโกะโซบะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของอิซุโมโมะอย่างโซบะหม้อหั่นให้ได้ชิมด้วย!

📍โรงงานไวน์ชิมาเนะ (Shimane Winery)
ที่อยู่: 〒699-0733 จังหวัดชิมาเนะ เมืองอิซูโมะ ตำบลไดชะ หมู่บ้านฮิชิเนะ 264-2
เวลาทำการ:
เวลาทำการของแต่ละสถานที่อาจแตกต่างกัน โปรดตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการ
▷ การเยี่ยมชมโรงงาน 10:00~16:30 น.
▷ การชิมและจำหน่ายไวน์ 10:00~17:00 น.
▷ การจำหน่ายเครื่องดื่มเย็นและขนมหวาน 10:00~16:30 น.
▷ BBQ House (วันธรรมดา) 11:00~17:30, (วันเสาร์และวันหยุดราชการ) 11:00~18:30 น.
วันหยุด: เปิดทุกวัน
การเดินทาง:
จากสถานี “ฮามายามะโคเฮียวคุจิ” (Hama-yama Park North Entrance Station) เดินประมาณ 15 นาที ลงที่ป้าย Shimane Winery
เว็บไซต์ทางการ

✨แถม!: หลังจากไปโรงไวน์ชิมาเนะแล้ว ห้ามพลาดที่นี่

แนะนำ: เดินเล่นที่ถนน Shinmon-dori  (神門通)

เมื่อมาถึงอิซูโมะแล้ว การไปเยือนศาลเจ้าอิซูโมะไทฉะก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด สามารถนั่งรถบัสจากโรงไวน์ชิมาเนะไปยังศาลเจ้าอิซูโมะไทฉะใช้เวลาเพียง 7 นาทีเท่านั้น แน่นอนว่าสำหรับใครที่ชื่นชอบศาสเจ้า การเข้าไปสักการะที่ศาลเจ้าสำคัญ แต่สำหรับคนรักอาหารแล้ว การเดินเล่นบนถนน Kamimon-dori กินของว่าง และซื้อของฝากก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย

บนถนน Shinmon-dori หน้าศาลเจ้าอิซูโมะไทฉะ มีร้านค้าหลายร้านที่น่ารักและขายของกินเล่น สำหรับครั้งนี้ เราจะมาแนะนำร้านแรกคือ “ร้านอิซูโมะยุคุเอ็นฮงโปะ” ที่มีขนมและของที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับธีมของศาลเจ้าอิซูโมะให้เลือกซื้อ

ภายในร้านมีสินค้ายอดนิยมหลายอย่าง เช่น “โอเด้งเสียบไม้รูปหัวใจ” ที่เหมาะสุดๆ สำหรับเช็คอินและถ่ายรูปลงโซเชียล นอกจากนี้ยังมีขนมบิสกิต “คุกกี้เสี่ยงทาย” ที่เหมาะเป็นของฝากสำหรับเพื่อนร่วมงานในบริษัท หรือใช้ในงานสังสรรค์กับเพื่อน เพราะช่วยสร้างเรื่องพูดคุยได้ดี ยังมีขนมน้ำตาลในกล่องรูปกระต่ายน่ารัก ๆ และขนมหมั่นโถวรูปกระต่ายน่ารักให้เลือกซื้ออีกมากมาย

อ่านถึงตรงนี้แล้วสงสัยกันไหมว่าทำไมมีแต่กระต่าย? เหตุผลที่มีสินค้าหรือของที่ระลึกในรูปกระต่ายมากมายรอบๆ ศาลเจ้าอิซูโมะไทชะ เป็นเพราะเกี่ยวข้องกับตำนานของเทพเจ้าดาอิคุนุชิ เทพเจ้าหลักของศาลเจ้านี้ ตามตำนานกล่าวว่า เทพเจ้าดาอิคุนุชิขณะเดินทางไปยังอิชิโนะคุระในดินแดนอินาบะ ได้ช่วยรักษากระต่ายที่ไม่มีขน ซึ่งกระต่ายนั้นได้ทำนายว่าเทพเจ้าดาอิคุนุชิจะได้ใจของเทพธิดาฮะยะคามินั่นเอง

ร้าน “Izumo Ketsuen Honpo” บนถนน Shinmon-dori มีทั้งหมด 2 สาขา ครั้งนี้เราไปที่สาขาทางเหนือ ถ้ามีเวลา สามารถแวะไปที่ทั้งสองสาขาได้เลย!

📍ร้าน Izumo Enmusubi Honpo Shinmon-dori สาขาทางออกทิศเหนือ (出雲 縁結び本舗 神門通り北店)
ที่อยู่: จังหวัดชิมาเนะ เมืองอิซูโมะ เขตไทชะ มิโกะจิ มิยาโน 775-1
เวลาทำการ: 10:00 ~ 17:00 น.
วันหยุด: เปิดทุกวัน
การเดินทาง: เดินจากสถานี “Izumo Taisha-mae” ของรถไฟ Ichibata Electric Railway ประมาณ 2 นาที
เว็บไซต์ทางการ

ร้านที่ 2 ที่อยากจะมาแนะนำ คือ “ทาวาระมันจู” มันจูชื่อดังของศาลเจ้าอิซุโมไทฉะจากร้าน Tawaraya Confectionery Tawaraya Fruit Shop เป็นร้านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนถนนหลักของศาลเจ้าอิซูโมะ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1898ในสมัยเมจิปีที่ 31 ถึงวันนี้ก็มีอายุเกือบ 130 ปีแล้ว ปี ผิวด้านนอกของขนมมันจูทาวาระอบด้วยแป้งสาลีซึ่งมีกลิ่นหอมและนุ่ม ไส้ถั่วแดงด้านในไม่หวานเกินไป และอร่อยแม้จะทานกับชาในมื้อว่างก็เข้ากันดี

ขนมมันจูทาวารายะมีทั้งแบบขายแยกและแบบเป็นกล่องของขวัญ เหมาะกับใครที่อยากให้เป็นของฝาก

📍ทาวาระมันจู สาขา Shinmon (俵まんぢう 神門店)
ที่อยู่: เมืองอิซุโมะ จังหวัดชิมาเนะ ไทฉะมาจิ คิซึกิมินามิบาบานิชิ 771
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 08:30 – 17:30
การเดินทาง: เดินจากสถานี Izumo Taisha-mae ของสาย Ichibata Dentetsu ประมาณ 2 นาที
🔗 เว็บไซต์ทางการ

จุดแนะนำที่ ③ ชิมเบียร์ท้องถิ่น

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบเบียร์ การลิ้มลองรสเบียร์ท้องถิ่นในระหว่างการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งความสนุก ที่ญี่ปุ่นมีแบรนด์เบียร์ท้องถิ่นมากมาย และในพื้นที่มัตสึเอะ ซึ่งเป็นที่รักของนักเขียนชื่อดัง โคอิซึมิ ฮัคคุน ก็มีสถานที่ที่สามารถลิ้มรสเบียร์ท้องถิ่นได้ นั่นก็คือ Matsue Horikawa Brewery

ภายในร้านมีเบียร์สดที่เรียกว่า “Biaherun” ซึ่งใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิมของประเทศผู้ผลิตเบียร์ และยังได้ปรับรสชาติให้เหมาะสมกับรสนิยมของชาวญี่ปุ่น เบียร์ทั้ง 4 รสชาติที่คลาสสิกนี้เคยได้รับรางวัลจากการแข่งขันเบียร์ระดับนานาชาติด้วย

นอกจากเบียร์แล้ว ร้านนี้ยังมีของฝากหลากหลายให้เลือกซื้อ และที่ชั้นบนยังมีพื้นที่ร้านอาหาร เป็นสถานที่ดีในการพักผ่อนและช้อปปิ้งหลังจากเดินเล่นรอบปราสาทมัตสึเอะและแม่น้ำคูปราสาท

ที่น่าสนใจคือ จุดขึ้นเรือทัวร์ล่องเรือชมแม่น้ำคูปราสาทมัตสึเอะที่เราได้แนะนำไปก่อนหน้านี้ก็อยู่ใกล้ ๆ ที่นี่ค่ะ

📍Matsue Horikawa Local Beer Hall (松江堀川地ビール館)
ที่อยู่: 509-1 คุโรดะโจ มัตสึเอะ ชิมาเนะ 690-0876เวลาทำการ:
▷ บาร์เบียร์: 9:30 – 16:30 น.
▷ ของฝาก: 9:30 – 17:00 น.
▷ ร้านอาหารเบียร์: 11:00 – 15:00 (ออเดอร์สุดท้าย 14:30 น.)
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถบัสไปยังป้ายรถบัส Horikawa Yuran Noriba หรือป้ายรถบัสทางเข้าทิศตะวันตก Horikawa Yuran Noriba
เว็บไซต์ทางการ

✨แถม! ที่เที่ยวน่าไปอีกสองที่ในย่านมัตสึเอะ

ในพื้นที่มัตสึเอะซึ่งเป็นที่ตั้งของหอเบียร์มัตสึเอะโฮริคาวะจิ นอกจากปราสาทมัตสึเอะและเรือสำราญล่องคูน้ำแล้ว เรายังสามารถเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสองแห่งต่อไปนี้ได้อีกด้วย!

ศาลเจ้าฮายากะกิ สนุกกับการทำนายโชคดีที่บ่อน้ำกระจก

อิซุโมะและมัตสีเอะเป็นแหล่งขอพรเรื่องความรักในญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ย่านนี้มีศาลเจ้าสำคัญ 2 ที่ผู้คนมักแวะมาขอพรเรื่องความรักกันมาก คือศาลเจ้าอิซูโมไทฉะและศาลเจ้ายาเอะกากิ โดยเชื่อกันว่าศาลเจ้าอิซูโมไทฉะเน้นที่การ “ผูกมิตร” ในขณะที่ศาลเจ้ายาเอะกากิให้ความสำคัญกับการอวยพรความสัมพันธ์อันดีหลังจากที่สร้างสายสัมพันธ์กันแล้ว เนื่องจากกล่าวกันว่าเทพเจ้าซูซาโนะโอะในตำนานญี่ปุ่นได้แต่งงานกับอินาดะฮิเมะที่นี่หลังจากที่ขับไล่ยามาตะโนะโอโรจิและช่วยเธอไว้ได้ ด้านหน้าศาลเจ้ายาเอะกาคิมีต้นคาเมลเลียคู่ที่ดูลึกลับอยู่ ใครที่ชื่นชอบดอกคาเมลเลียสามารถแวะไปชมได้น้า

นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องความรักแล้ว ผู้คนก็มักมาดูดวงบ่อกระจกที่ศาลเจ้ายาเอะกากิอันโด่งดัง(และสนุกมาก)อีกด้วย วิธีการทำนายคือให้เราวางกระดาษทำนายโชคลงบนผิวน้ำพร้อมวางเหรียญไว้ด้านบน เมื่อกระดาษเริ่มจมลงไปในน้ำ กลอนทำนายดวงจะปรากฏขึ้น และบอกเราว่าเนื้อคู่ของเราอยู่ที่ไหน และระยะทางที่กระดาษทำนายดวงจะจมลงในสระในที่สุดเนื่องจากน้ำหนักของเหรียญและน้ำ จะทำให้เราได้รู้ว่าบุคคลนี้อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้ตัวเรา

บ่อน้ำกระจกสวยใสจนเห็นก้นบ่ออย่างชัดเจน กระดาษทำนายโชคหลายแผ่นจมอยู่ในน้ำ เมื่อแสงแดดส่องลงมาจะสะท้อนเป็นสีฟ้าอ่อน ๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในเขตศักดิ์สิทธิ์ การทำนายโชคจากบ่อน้ำกระจกนี้จะสนุกและมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นถ้าทำคนเดียวในบรรยากาศสงบ แต่ถ้าได้ลองทำร่วมกับเพื่อน ๆ จะยิ่งเพิ่มความสนุกและสร้างเรื่องราวน่าจดจำให้กับทุกคน

📍ศาลเจ้ายาเอะกากิ (Yaegaki Shrine/八重垣神社)
ที่อยู่: 227, ซากาซามาจิ, มัตสึเอะ, ชิมาเนะ
เวลาทำการ: 9:00~17:00
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
การเดินทาง:
จากสถานี JR Matsue สามารถนั่งรถบัสของเมืองใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงที่ศาลเจ้า
เว็บไซต์ทางการ

ชมสวนดอกไม้และใกล้ชิดกับนกมัตสุเอะ 

สวนดอกไม้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบชิชิดะ เป็นสวนธีมดอกไม้และนกที่สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี ภายในสวนมีเรือนกระจกดอกไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยพื้นที่มากกว่า 8,000 ตารางเมตร ซึ่งภายในเต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายพันธุ์ โดยเฉพาะบีโกเนียและฟูเซียที่มีหลายพันธุ์ที่บานสะพรั่งตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสวนดอกไม้ การถ่ายรูป หรือการสัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติ

นอกจากเรือนกระจกดอกไม้แล้ว จุดเด่นที่สุดของสวนแห่งนี้คือเรือนกระจกของเหล่านกนานาชนิดกว่า 90 สายพันธุ์ รวมถึงนกน้ำและนกเขตร้อน ตลอดจนนกหายาก ซึ่งบางชนิดเราสามารถให้อาหารมันได้ด้วยนะ! อย่างเช่นเจ้า “ฟุโดะ” นกกระสาปากกว้างขนาดยักษ์ที่ฮอตสุดในสวน นกสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดในหนองบึงในแอฟริกาตะวันออก มีจุดเด่นคือจะงอยปากขนาดใหญ่และเก่งในการทำหน้าตาทะเล้นขี้เล่น

อีกหนึ่งโชว์พิเศษคือในวันอากาศดี ทางสวนเขามีจัดพาเหรดเพนกวิน การแสดงการบินของนกฮูกและอื่น ๆ เป็นประจำอีกด้วย วันที่ทีมงานไปได้ดูการแสดงนกฮูกพอดี ได้เห็นนกกางปีกบินในระยะใกล้ขนาดนี้ บอกเลยว่าน่าทึ่งสุด ๆ

📍Matsue Vogel Park (松江花鳥園)
ที่อยู่:
จังหวัดชิมาเนะ เมืองมัตสึเอะ โอกาคิโช 52
เวลาทำการ:
เมษายน – กันยายน: 9:00~17:30
ตุลาคม – มีนาคม: 9:00~17:00
วันหยุด: เปิดให้บริการตลอดปี
การเดินทาง: นั่งรถจาก JR Matsue Station ประมาณ 25 นาที
🌐 เว็บไซต์ทางการ

รูทที่ 3: สำหรับคนที่รักทั้งอาหารอร่อยและธรรมชาติ

พาร์เฟ่ต์ผลไม้และของหวานสุดน่ารักจากร้านอาหารของคุณยาย Manai

บนเชิงเขาไดเซ็น มีร้านอาหารส่วนตัวเล็ก ๆ ที่น่ารักเป็นพิเศษอย่าง ร้านอาหารของคุณยาย Manai (ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Manai-baachan no Seseragi Restaurant” / 真名井ばあちゃんのせせらぎレストラン) ที่ได้รีวิว 4.2 ดาวจาก Google Map เลยทีเดียว ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องโซบะและพาร์เฟ่ต์ผลไม้ รวมถึงขนมหวานหลากหลายชนิด ที่น่าลองที่สุดคือพาร์เฟ่ต์สตรอว์เบอร์รี่อันหรูหราและไอศกรีมดอกไม้รูปทรงน่ารักทำจากถั่วขาวบด ที่ทั้งสองเมนูนี้จะทำให้ทุกคนหลงรักทั้งในเรื่องของสีสัน รสชาติ และกลิ่นหอมอย่างแน่นอน!

และเป็นโชคดีของทีมงานที่ได้มีโอกาสเจอคุณยายมานาอิ เจ้าของร้านโดยบังเอิญ แม้คุณยายจะอายุเกิน 80 ปีแล้วแต่ยังดูสดชื่นและเต็มไปด้วยพลัง คุณยายบอกว่าเธอเริ่มเปิดร้านนี้เพราะความรักในการทำอาหารและเริ่มต้นเปิดร้านมาหลายสิบปีแล้ว ตอนนี้คุณยายเตรียมจะเกษียณและส่งต่อกิจการให้คนรุ่นใหม่ในครอบครัวมาดูแลแทน ส่วนขนมหวานที่น่ารักเหล่านี้ก็เป็นการพัฒนาของลูกสาวของคุณยายเองเลย

ครั้งนี้แอบรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ลองโซบะ แต่ก็เป็นโอกาสให้มาใหม่ครั้งหน้า!

บริเวณที่ร้านอาหารตั้งอยู่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำที่ไหลมาจากน้ำพุอามาโนะมานาอิ หนึ่งใน 100 แหล่งน้ำที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น น้ำพุแห่งนี้ผลิตน้ำได้ประมาณ 2,500 ตันต่อวัน และกลายเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในการดำรงชีวิตและการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติใกล้ ๆ ร้านที่สามารถเห็นกังหันน้ำและบ้านไม้ในบรรยากาศย้อนยุค เหมาะสำหรับการสัมผัสกับธรรมชาติของภูเขาไดเซ็น

📍Grandma Manai’s Gentle Stream Restaurant (真名井ばあちゃんのせせらぎレストラン)
ที่อยู่: 285-2 อินาโยชิ, โยโดเอะ-โช, เมืองโยนาโกะ, จังหวัดทตโตริ
เวลาเปิดทำการ: 12:00 – 18:00 (LO 17:30)
วันหยุด: ทุกวันอังคาร
การเดินทาง: จากสถานี JR Yodoe ใช้เวลานั่งรถประมาณ 7 นาที
Instagram

✨แถม!: ในพื้นที่รอบๆ ภูเขาไดเซนยังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ…

แนะนำ: การมองท้องฟ้าด้วยดาวที่ภูเขาไดเซ็น

ภูเขาไดเซ็นในพื้นที่ของภูมิภาคซันอิน ถือเป็นจุดชมดาวที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นที่นิยมของช่างภาพและนักถ่ายภาพหลายคนที่ชื่นชอบการจับภาพท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งก็ทำให้จังหวัดทตโตริได้รับชื่อเล่นว่า “จังหวัดดาว” และสำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่นยังเคยจัดทริปถ่ายภาพดาวหลายครั้งอีกด้วย ความงดงามของท้องฟ้าดาวบนภูเขาไดเซ็นนั้นไม่เพียงแต่เกิดจากท้องฟ้าเอง แต่ยังมาจากความลงตัวของทัศนียภาพของพื้นที่ด้วย และในบรรดาจุดถ่ายภาพที่เป็นที่นิยม จุดที่ง่ายต่อการจำและมีความน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเราๆ ก็คงจะเป็นที่พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ

ภูเขาไดเซ็นทางฝั่งตะวันตกยังมีชื่อเล่นว่า “ภูเขาโฮกิฟูจิ” เพราะมีรูปร่างคล้ายภูเขาฟูจิของญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะเป็นจุดที่สามารถชมวิวภูเขาฟูจิของโฮกิได้อย่างสวยงาม และในตอนกลางคืน บริเวณนี้มีแสงรบกวนจากเมืองน้อย จึงกลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนสุด ๆ

โชจิ อูเอดะเป็นหนึ่งในช่างภาพที่มีชื่อเสียงและเป็นตัวแทนของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นอาจารย์สอนการถ่ายภาพให้กับนักแสดงชายชื่อดังอย่าง ฟูกิยามะ มาซาฮิโระ ซึ่งทำให้พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายของโชจิ อูเอดะ เป็นสถานที่ที่นักถ่ายภาพและแฟนๆ ของฟูกิยามะ มาซาฮิโระมักจะไปเยี่ยมชมเมื่อเดินทางไปจังหวัดทตโตริ หลังจากชมพิพิธภัณฑ์แล้ว การนั่งพักและชมท้องฟ้ายามค่ำคืนก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

📍พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อูเอดะ (Shoji Ueda Museum of Photography/植田正治写真美術館)
ที่อยู่: 353-3 ซูมูระ โฮกิโช ไซฮาคุกุกุ จังหวัดทตโตริ
เวลาทำการ : 10:00-17:00 น.
วันหยุดนักขัตฤกษ์ : สัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ปิดวันเว้นวันหากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์)
*ปิดทุกเดือนกุมภาพันธ์ตลอดฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2567
การเดินทาง: จากสถานี JR Yonago ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 25 นาที
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

ห้ามพลาด KIRARA Taki Roadside Station เทพนิยายวิวทะเลและทาโกะยากิ

เมืองทาคิโจมีแนวชายฝั่งยาวไปทางทิศตะวันตกของเมืองอิซูโม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 100 เมืองยอดนิยมในญี่ปุ่นสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณพักผ่อนริมชายฝั่งคิราระทาคิเป็นสถานที่ที่คนในท้องถิ่นหลายคนสามารถขับรถไปพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ได้ จุดพักรถริมทางหลวงริมทะเลมีอาคารสไตล์เทพนิยาย และคุณยังจะได้พบกับเอลฟ์นอร์ดิกสุดน่ารักนอกอาคารอีกด้วย โดยมีท้องฟ้าสีฟ้าและเมฆสีขาวเป็นพื้นหลัง เหมาะมากสำหรับการถ่ายรูปและเดินเล่น

พูดถึงจุดแวะพักริมทางแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงของกินเล่นและของฝากเป็นอันดับแรกแน่นอน ที่สถานีพักริมทาง KIRARA Taki ของพิเศษของสถานีทางด่วนคิราระทากิก็คือทาโกะยากิซีฟู้ดอิซุโม ถึงจะเรียกว่าทาโกะยากิ แต่กล่องหนึ่งมี 6 ชิ้น จริงๆ แล้วไม่ได้มีแค่รสชาติปลาหมึก แต่ยังมีรสชาติกุ้งและหอยเชลล์ด้วย แถมเนื้อสัมผัสยังแน่นและอร่อยเต็มปากเต็มคำ!

จุดพักรถริมถนน KIRARA ยังมีของที่ระลึกสุดพิเศษมากมาย เช่น ขนมปังกุหลาบรูปทรงพิเศษและอาหารจากมะกอกนานาชนิด จากจุดพักรถบนทางหลวง เดินไปทางทิศตะวันออกตามแนวชายฝั่ง แล้วคุณจะพบกับร้านกาแฟริมทะเลหลายแห่งที่สามารถแวะเวียนไปได้

📍จุดพักรถริมถนนคิราระทากิ (道の駅 キララ多琪)
ที่อยู่: 135-1 ทากิ, ทากิโจ, เมืองอิซุโมะ, จังหวัดชิมาเนะ
เวลาทำการ:
▷ขายของพิเศษ 9.00-18.30 น.
▷ขายของว่าง 9.30-18.00 น.
เดินทาง: รถไฟอิจิบาตะ สายคิตะมัตสึเอะ สถานี Dentetsu Izumoshi เปลี่ยนไปขึ้นรถบัสสายโอดะไปยังสถานี JR Oda ลงที่สถานี Sunahara แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีก็จะถึง
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

ค้นหาประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารซันอินที่ดีที่สุดสำหรับคุณ!

ซันอินมีอาหารมากมายให้เลือกสรรสำหรับนักชิม และจากตัวเลือกมากมายนับไม่ถ้วน เราได้รวบรวมเส้นทางชิมอาหารที่แตกต่างกันสามเส้นทางในภูมิภาคนี้ เส้นทางไหนเหมาะกับรสนิยมของตัวเองมากที่สุด ใครที่ต้องการข้อมูลเที่ยวชม (และอาหารรสเลิศ) เกี่ยวกับซันอินเพิ่มเติม แนะนำให้อ่านบทความก่อนหน้าของเราเกี่ยวกับภูมิภาคซันอิน หรือเว็บไซต์ของภูมิภาคซันอิน

และปีนี้เป็นปีของงาน Expo Osaka ถ้าคุณมีแผนจะไปงาน Expo และมีเวลาเหลือ ก็อย่าลืมไปเที่ยวแถบซันอินเพิ่มน้า

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับซันอินเพิ่มเติมได้ที่ :
ทัวร์สายซันอิน ทริปชิลล์ ๆ จากอิสึโมะถึงเขาไดเซ็น
พาเที่ยวเดินทางจากอิซุโมะ ผ่านภูเขา ทะเล และแวะลงออนเซ็น ไปยัง ซันอิง ดินแดนทางใต้ของเกาะฮนชู
ไปเที่ยวและไปกิน พบกับเทพเจ้าและเหล่าปีศาจของญี่ปุ่น บนพื้นที่แห่งความรัก จ.ชิมาเนะ และจ.ทตโทริ ภูมิภาคชูบุ

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารสด ๆ ร้อน ๆ จากญี่ปุ่น สามารถเราได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments

FEATURED MEDIA

VIEW MORE →

What are your plans for cherry blossom season this year? Have you seen all of our favorite cherry blossom destinations yet? 👀 🌸 
>> Find out more at Japankuru.com! (link in bio)
#🌸 #tokyo #tokyotrip #osaka #osakatrip #nagoya #nagoyatrip #cherryblossom #cherryblossoms #cherryblossomseason #sakura #sakuraseason #japancherryblossom #springinjapan #tokyotravel #japanspring #japaneseculture #japantrip #Japan #japantravel #traveljapan #japankuru

What are your plans for cherry blossom season this year? Have you seen all of our favorite cherry blossom destinations yet? 👀 🌸 >> Find out more at Japankuru.com! (link in bio) #🌸 #tokyo #tokyotrip #osaka #osakatrip #nagoya #nagoyatrip #cherryblossom #cherryblossoms #cherryblossomseason #sakura #sakuraseason #japancherryblossom #springinjapan #tokyotravel #japanspring #japaneseculture #japantrip #Japan #japantravel #traveljapan #japankuru

1|9

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

RELATED ARTICLES

PARTNERS